ขนาดตัวอักษร :
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นภาระงานเป็นฐาน - Doitung
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นภาระงานเป็นฐาน

การจัดการเรียนรู้ที่ใช้ภาระงานเป็นฐานเป็นการจัดการเรียนรู้ทักษะทางภาษาที่ใช้ภาระงานเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารได้อย่างมีความหมาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สอดคล้องกับการใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน ซึ่งลักษณะสำคัญของภาระงานที่ใช้เป็นฐานในการจัดการเรียนรู้  มีดังนี้ 

1. การจัดทำรายการ (listing Task) 

การจัดรายการถือเป็นภาระงานที่ออกแบบได้ง่ายที่สุด และอาจดูเหมือนกับว่าเป็นภาระงานที่ง่ายที่สุดในการทำกิจกรรม แท้จริงแล้วภาระงานประเภทนี้มีความยากต่อผู้สอนในการกำหนดหัวข้อให้ผู้เรียนได้ทำกิจกรรม ในการทำภาระงานการจำแนกผู้เรียนสามารถเขียนจำแนกได้ทั้งที่เป็นคำศัพท์ วลีสั้นๆ หรือแม้แต่ประโยคยาวๆ ซึ่งมีกระบวนการในการทำกิจกรรมดังนี้ 

1.1 การระดมสมอง (Brainstorming) 

การระดมสมองมีส่วนช่วยในผู้เรียนที่ขาดความมั่นใจในการใช้ภาษาได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดให้มีการทำกิจกรรมร่วมกันทั้งห้อง แบบจับคู่ และแบบกลุ่มเล็กๆ โดยร่วมกันระดมความคิดตามหัวข้อและเวลาที่ผู้สอนกำหนด จากนั้นจึงนำเสนอด้วยการพูดหน้าชั้นเรียน 

        1.2 การหาข้อเท็จจริง (Fact - Finding) 

การหาข้อเท็จจริงเป็นการที่ให้ผู้เรียนได้สืบค้นถึงข้อมูลที่เป็นจริงผ่านช่องทางในการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เว็บไซต์ การสอบถาม หรือการอ่านในหนังสือ โดยผู้สอนจะกำหนดหัวข้อให้ผู้เรียนได้ทำการค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อนำเสนอ ซึ่งผู้สอนอาจใช้กิจกรรมการหาข้อเท็จจริงเป็นการบ้านให้ผู้เรียนได้ไปสืบค้นเองได้ 

      2. การจัดลำดับและหมวดหมู่ (Ordering and Sorting Task) 

 การจัดลำดับและหมวดหมู่มีความซับซ้อนมากขึ้น อีกทั้งในการทำกิจกรรมยังขึ้นอยู่กับข้อความคิดเห็นส่วนบุคคลในการทำภาระงานประเภทนี้ มีกระบวนการดังนี้ 

 2.1 การเรียงลำดับ (Sequencing) 

การเรียงลำดับมักให้ผู้เรียนได้ลำดับเหตุการณ์ก่อน-หลังตามข้อมูลที่ผู้สอนกำหนดให้ถูกต้อง เช่น การเรียงรูปภาพเหตุการณ์ให้ถูกต้องตามลำดับ โดยเรียงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนไปสู้เหตุการณ์ที่เกิดท้ายสุด นอกจากนี้ผู้สอนอาจจัดกิจกรรมโดยการใช้สื่อประเภทวิดีโอเปิดให้ผู้เรียนดูแล้วจดจำภายในครั้งเดียว จากนั้นจึงให้ผู้เรียนลำดับเหตุการณ์ถึงสิ่งที่ได้เห็นอย่างถูกต้องตามลำดับ 


        2.2 การจัดอันดับ (Rank Ordering) 

การจัดอันดับมักให้ผู้เรียนได้ทำการจัดอันดับเองตามความคิดเห็นส่วนตัว โดยมากการกำหนดหัวข้อให้จัดอันดับจะเป็นเรื่องใกล้ตัว เช่น การห้าจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปมากที่สุด พร้อมกับจับคู่แบ่งปันข้อมูลกัน หรือ พูดแบ่งปันกับทั้งห้องเรียน 

 2.3 การจัดหมวดหมู่ (Classifying) 

การจัดหมวดหมู่สามารถทำได้ทั้งการจัดหมวดหมู่ด้วยตัวผู้เรียนเองตามข้อมูลที่ผู้สอนกำหนดให้ และจัดหมวดหมู่ตามประเภทที่กำหนดไว้แล้ว เช่น การจัดคำศัพท์ที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกันลงในตารางที่ผู้สอนกำหนดให้ 

 

3. การเปรียบเทียบ (Comparing Task) 

การจัดกิจกรรมภาระงานเปรียบเทียบ ผู้เรียนมักจะจับกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยน เปรียบเทียบกันในกลุ่มเล็กๆ 3-4 คน เกี่ยวกับเรื่องต่างๆใกล้ตัว เช่น ตารางชีวิตประจำวัน เพื่อเปรียบเทียบดูว่าใครเป็นผู้ที่ตื่นเช้าที่สุด เป็นต้น ทั้งนี้ผู้สอนสามารถกำหนดหัวข้อที่ยากขึ้นตามระดับความสามารถผู้เรียนได้ เช่น หัวข้อเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรม เป็นต้น โดยมีกระบวนการที่สัมพันธ์กับการทำภาระงานเปรียบเทียบดังนี้ 
        3.1 การจับคู่ (Matching) เป็นขั้นทำกิจกรรมที่เหมาะกับผู้เรียนในทุกช่วงชั้น โดยเป็นการจับคู่สองสิ่งที่สัมพันธ์กัน อีกทั้งการจับคู่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ทางภาษาและเตรียมพร้อมที่จะใช้ภาษาในการพูดได้มากขึ้น 

        3.2 การหาความเหมือนและความแตกต่าง (Finding Similarities and Finding Differences)  

 

  4. ภาระงานแก้ปัญหา (Problem Solving Task) 

การทำกิจกรรมภาระงานแก้ปัญหามุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาตามที่กำหนด เช่น สภาวะปัญหาโลกร้อน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้อภิปรายร่วมกันและนำเสนอแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมที่สุด โดยผู้เรียนอาจทำการจดบันทึก (Note-Taking) การร่างแนวทางการแก้ไขปัญหา (Drafting) ก่อนนำเสนอหน้าชั้นเรียน 

 

5. การทำโครงงาน (Project and Creative Task) 

กิจกรรมภาระงานโครงงานมักมีรูปแบบโดยการทำกิจกรรมแบบจับคู่และแบบกลุ่ม โดยในการทำกิจกรรมผู้เรียนจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินงานของกลุ่มตนเอง โดยสามารถเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนได้และระยะเวลาในการทำโครงงานจะยาวนานกว่าการทำภาระงานประเภทอื่น เช่น การทำโครงงานเกี่ยวกับแผ่นพับหรือโปสเตอร์โฆษณาการท่องเที่ยว ผู้เรียนจะต้องมีการวางแผนทั้งด้านความสร้างสรรค์ ภาษา ความสวยงาม ความเหมาะสม และปัจจัยอื่นๆให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้สอนกำหนด 

 
6. ภาระงานแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว (Sharing Personal Experience Task) 

การแบ่งปันประสบการณ์หรือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จะช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการพูดมากที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการเล่าเรื่องหรือเหตุการณ์ที่ผู้เรียนพบเจอในชีวิตประจำวัน การเล่าเรื่องเกี่ยวกับตนเอง หรือการเล่าเรื่องในหัวข้อที่ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นอยู่แล้ว โดยผู้สอนอาจมีขั้นตอนการจัดกิจกรรมดังนี้ 

 6.1 กำหนดหัวข้อเรื่องที่จะพูด (Individual Thinking/Preparation at home) 

6.2 ให้เวลาในการเตรียมตัวเล่าเรื่อง (Private Rehearsal) 

6.3 ผู้เรียนเล่าเรื่องกับคู่ของตนเอง (Tell Story to Partner) 

6.4 ผู้สอนให้คำแนะนำหลังการเล่าเรื่อง (Review of Performance) 

6.5 เตรียมการเล่าเรื่องอีกครั้ง (Prepare to Retell) 

 6.6 เปลี่ยนคู่และเล่าเรื่องอีกครั้งหนึ่ง (Change Partners and Retell Story) 
6.7 เขียนสรุปเรื่องราวตามที่เล่าเพื่อแลกกันอ่านในชั้นเรียน (Write it up for The class to Read) 

ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ภาระงานเป็นฐาน 

ขั้นที่ ๑ : ก่อนการปฏิบัติงาน (Pre Task)  

 1. ครูผู้สอนแนะนำบทเรียน รูปแบบ จุดประสงค์ของภาระงานต่างๆ 
       2. ผู้สอนกำหนดภาระงานพูดจากเนื้อหา 
       3. ครูผู้สอนเตรียมความพร้อมและความเข้าใจของผู้เรียนในขั้นตอนของการปฏิบัติภาระงาน 
เป้าหมาย   

: ช่วยให้เด็กเข้าใจงานที่จะทำ 

: ทราบความรู้เดิมของเด็ก  

ลักษณะกิจกรรมที่จัด  

  : นำเสนอภาพ 

  : สื่อมัลติมีเดีย 

 : นำเสนอด้วยของจริง 

 : ระดมสมอง  

ขั้นที่ ๒ : ขั้นปฏิบัติงาน (Task Cycle) 

1. ปฏิบัติตามภาระงาน (Task) ผู้เรียนมีการอภิปราย ปฏิบัติภาระงานตามที่ได้รับมอบหมายในรูปแบบของกิจกรรมเดี่ยว จับคู่ และกลุ่ม 

2. วางแผน (Planning) ผู้เรียนเตรียมตัวนำเสนอภาระงานตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีการใช้ภาษาด้วยตนเองซึ่งครูผู้สอนจะให้ความช่วยเหลือหากมีความติดขัดทางการใช้ภาษา 

3. ขั้นรายงาน (Report) ผู้เรียนสรุปผลและรายงานผลจากภาระงานที่ตนปฏิบัติ ครูผู้สอนจะเป็นผู้ให้คำแนะนำและประเมินผลงานนั้นๆ 

เป้าหมาย  

: ให้เด็กได้สร้างความรู้ใหม่จากองค์ความรู้เดิม 

: ให้เด็กได้คิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและใช้ภาษาแสดงความคิดเห็นของตนเอง 

: ให้เด็กได้ใช้ภาษานำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้ 

ลักษณะกิจกรรมที่จัด   

: การจับคู่ 

 : การจัดกลุ่ม/เรียงลำดับ 

  : การจัดทำรายการ 

  : การเปรียบเทียบ 

  : การแก้ไขปัญหา 

  : การทำโครงงาน 

  : การแลกเปลี่ยนประสบการณ์  

ขั้นที่ ๓ : หลังการปฏิบัติงาน ( Post  Task) ผู้เรียนจะสามารถประเมินผลการปฏิบัติภาระงานของตนและเปรียบเทียบผลจากการปฏิบัติภาระงานของผู้อื่น และครูผู้สอนจะมีส่วนช่วยให้ผู้เรียนเกิดความกระจ่างในหลักไวยากรณ์ ในขั้นตอนนี้จะมีการดำเนินการ 2 ขั้นตอน  ดังนี้ 

       1. ขั้นวิเคราะห์ (Analysis) ผู้เรียนตรวจสอบการใช้ภาษาในการปฏิบัติภาระงานของตนเอง และสามารถสร้าง คำ วลี ขึ้นใหม่เองได้จากการวิเคราะห์คำที่ใช้สื่อสารความหมายจากการปฏิบัติภาระงานที่ผ่านมา 

2. ขั้นฝึกหัด (Practice) ผู้เรียนฝึกฝนการใช้ภาษาโดยเรียนรู้คำ วลี และรูปแบบโครงสร้างตามเนื้อหาที่เรียน 

เป้าหมาย 

: ให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์หลักภาษาที่ใช้ว่าถูกต้องหรือไม่  อย่างไร 

: ให้เด็กได้ฝึกทักษะทางภาษาเพิ่มเติมเพื่อเกิดความชำนาญ 

ลักษณะของกิจกรรม 

: การอภิปรายร่วมกัน 

  : การทำใบงาน 

: การฝึกอ่าน 

  : การฝึกพูดและฟัง 

  : การฝึกเขียน 

อ้างอิง : https://massupha.wordpress.com/tbl/