ตัวอย่างเช่น hat; pig; cup; man; mat; cot.
4 ขวบขึ้นไป
ครูขอให้เด็กเรียบเรียงตัวอักษรขนาดใหญ่ แล้วจึงแนะนำให้เด็กรู้จักกับกล่องที่อยู่บนชั้นวางของ จากนั้นให้เปิดกล่องสีชมพูแล้วคุยกันว่าในนั้นมีสิ่งใดบ้าง หากเด็กเรียกชื่อผิดให้ครูแก้ไขด้วยการอ่านออกเสียงอย่างถูกต้องให้เด็กฟัง จากนั้น ให้เด็กเลือกวัตถุใดจากในจำนวนทั้งสามสิ่ง จากนั้นให้วางวัตถุดังกล่าวลงข้างๆ กล่องที่บรรจุตัวอักษรขนาดใหญ่ ให้เด็กเรียกชื่อวัตถุชิ้นแรกอีกครั้ง แล้วถามเด็กว่าในคำคำนั้น เด็กได้ยินเสียงใดบ้าง โดยเน้นหนักที่เสียงแรก และให้เด็กหาตัวอักษรที่เป็นตัวแรกของการสะกดชื่อวัตถุนั้นๆ แล้วให้นำตัวอักษรที่เป็นตัวแรกของการสะกดชื่อดังกล่าววางไว้ข้างวัตถุนั้นๆ
จากนั้นนั้นจึงค้นหาตัวอักษรตัวต่อไป (ตัวอักษรที่อยู่ช่วงกลางจะยากต่อการสังเกตเสียง จึงต้องเน้นการออกเสียงเวลาสะกด เช่น b….a….t เป็นต้น) หากเด็กเลือกตัวอักษรผิดพลาดอยู่เสมอ ครูอาจให้เด็กลองกลับไปทำแบบฝึกหัดตัวอักษรกระดาษทรายอีกครั้ง นอกจากนั้น ควรระวังเกี่ยวกับการอ่านออกเสียงด้วย เนื่องจากจะนำไปสู่การสะกดคำที่ผิด
เมื่อเด็กสามารถรู้ตัวอักษรในระดับที่ใช้การได้แล้ว เด็กจะสามารถสะกดคำได้รวดเร็ว จึงควรส่งเสริมให้เด็กทำงานอย่างอิสระ
ชั้นเรียนควรมีเครื่องมือเพื่อกิจกรรมนี้อย่างหลากหลาย เพื่อให้ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ และเกิดความน่าสนใจ และยังเป็นสิ่งที่ส่งเสริมเด็กในการเรียนรู้คำศัพท์ด้วย อย่างไรก็ดี ครูไม่ควรให้เด็กเป็นผู้เริ่มต้นในการอ่านคำศัพท์ แต่เมื่อเด็กมีความสามารถเพิ่มขึ้น เด็กอาจจะอ่านคำเหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่ไม่ควรเป็นกิจกรรมที่มีลักษณะบังคับเด็ก ควรสร้างรายการคำสองรายการที่มีรายคำศัพท์รายการละ 6 ชื่อ ที่มีความเกี่ยวโยงกับตัวอักษรในกล่อง
ตัวอย่างเช่น คำว่า dog; van; ham; mug; pan; top.
4 ขวบขึ้นไป
นำเสนอด้วยวิธีการเดียวกันกับกล่องสีชมพู 1 อาจจำเป็นที่ครูต้องยืนยันการขานชื่อวัตถุที่ปรากฏรูปบนแผ่นกระดาษด้วย
เมื่อเด็กได้ทำแบบฝึกหัดหลายๆ ครั้งแล้ว เด็กอาจสามารถผสมเสียงในการอ่านคำต่างๆ ได้เองโดยธรรมชาติ อย่างไรก็ดี แบบฝึกหัดที่ดีก่อนที่จะเข้ากล่องสีชมพู 3 ซึ่งเป็นแบบฝึกหัดสำหรับการอ่าน คือการทำแบบฝึกหัด onset and rime โดยใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ฯ
ชวนให้เด็กสร้างคำ rime เช่น ig, at, ug ฯลฯ โดยการใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ฯ จากนั้น ให้ค้นหาทั่วทั้งกล่องตัวอักษรขนาดใหญ่ฯ แล้วหาคำที่สามารถสร้างได้โดยการเพิ่มอีกหนึ่งตัวอักษรจากที่มีอยู่เดิม ฐานนี้เป็นการเตรียมเด็กเพื่อการผสมผสาน ซึ่งเด็กจะต้องปฏิบัติจากแบบฝึกหัดกล่องสีชมพู 3 เป็นต้นไป เช่น rime ‘ug’ สามารถเสริมอีกหนึ่งตัวอักษรได้ดังนี้ bug, hug, jug เป็นต้น ทำให้การผสมคำเป็นไปด้วยความง่ายดายและสนุกสนาน เนื่องจากคำว่า ‘b-ug’ ง่ายกว่าการเขียนคำว่า ‘b-u-g’ เป็นต้น
ในกล่องนี้ ให้สร้างรายการคำไว้ 2 รายการ
ตัวอย่าง เช่น box; cap; pig; fox; lid; pot.
4 ขวบขึ้นไป
ครูแนะนำให้เด็กรู้จักที่เก็บอุปกรณ์ ให้เด็กเปิดกล่องบนโต๊ะแล้วนำสิ่งของในนั้นพร้อมไพ่คำศัพท์ออกมา เด็กจะเรียกชื่อสิ่งของในนั้น แล้วให้เด็กนำไปวางไว้บนโต๊ะ ให้ตั้งสำรับไพ่คำศัพท์ไว้ด้านหน้าเด็กแล้วให้เด็กอ่านคำคำแรก โดยเด็กจะอ่านออกเสียงตัวอักษรทีละตัว ครูจะเป็นผู้ยืนยันว่าเด็กอ่านได้อย่างถูกต้องหรือไม่ แต่หากจะให้อ่านได้เป็นคำแล้ว เด็กต้องอ่านคำคำนั้นอย่างรวดเร็วแทนที่จะอ่านออกเสียงตัวอักษรทีละตัวอย่างเช่นในตอนแรก ณ จุดนี้ ครูจะแสดงวิธีการอ่านออกเสียงด้วยวิธีการผสมตัวอักษรแต่ละตัว จากนั้น ให้เด็กวางไพ่คำศัพท์วางไว้ข้างๆ กับสิ่งของที่มีชื่อเรียกตรงกับคำศัพท์นั้นๆ ในแบบฝึกหัดนี้ ครูต้องให้การส่งเสริมเด็กในการปฏิบัติเป็นพิเศษ
หากพิจารณากลับไปที่กล่องสีชมพู 2 และความเห็นที่ ดร.เมาเรีย มอนเตสซอรี่ ให้ไว้เกี่ยวกับ onset และ rime จะสามารถเห็นถึงประโยชน์ของแบบฝึกหัดเตรียมการดังกล่าว
ให้เด็กได้ลองปฏิบัติแบบฝึกหัดนี้ด้วยตนเอง และควรมีสิ่งของ หรือวัตถุสำหรับการเรียนรู้แบบฝึกหัดนี้อยู่อย่างเหลือเฟือเพื่อให้เกิดความหลากหลายไม่น่าเบื่อ
อาจพบได้ว่าเมื่อเด็กใช้กล่องแบบฝึกหัดกล่องนี้ เด็กอาจมองไปยังตัวอักษรตัวแรก มองสิ่งของ แล้วจึงเดาคำตอบ ทั้งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผิดแต่อย่างใด วิธีหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขได้ก็อาจมีกล่องใบหนึ่งที่มีสิ่งของที่มีชื่อเริ่มด้วยตัวอักษรเดียวกันหมด เช่น bun, bib, bug, bed เป็นต้น วิธีนี้เด็กจะไม่รู้สึกว่าถูกกดดัน
ใช้วิธีการบรรจุเพียงสิ่งของลงในกล่องโดยไม่มีแผ่นบอกชื่อสิ่งของ แต่ใช้แผ่นกระดาษสีชมพูแทน เมื่อเด็กหยิบสิ่งของออกมาวาง ให้บอกเด็กว่าเรากำลังนึกถึงสิ่งของสิ่งหนึ่งอยู่ และกำลังจะเขียนชื่อสิ่งของนั้นลงบนกระดาษดังกล่าว จากนั้น ยื่นกระดาษนั้นให้แก่เด็ก ให้เด็กอ่าน แล้ววางลงใกล้ๆ กับสิ่งของสิ่งนั้นๆ
ดร.เมาเรีย มอนเตสซอรี่ ชอบวิธีการนี้ เนื่องจากไม่เพียงแต่ทำให้เราทราบว่าการอ่านทำให้เราเข้าใจความคิดของบุคคลอื่นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป จะทำให้เด็กสามารถเขียนหนังสือด้วยตัวเองได้ และเมื่อเด็กเห็นเราเขียนหนังสือ จะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กต่อไปด้วย กล่องดังกล่าวนี้อาจบรรจุตัวอักษรขนาดใหญ่ฯ และอาจให้เด็กลองสร้างสะกดคำโดยใช้ตัวอักษรดังกล่าวดู แล้วให้ตรวจสอบความถูกต้องกับไพ่คำศัพท์ที่มีอยู่
ให้เขียนรายการคำศัพท์สองรายการสำหรับกล่องๆ นี้
ตัวอย่างเช่น คำว่า tug; pip; pit; den; ten
4 ขวบขึ้นไป
ถ้าจะให้ดีที่สุด ภายหลังจากการทำแบบฝึกหัดกล่องสีชมพู 3 เด็กควรได้ทำแบบฝึกหัดนี้ด้วยตัวเอง แต่ครูจะอยู่ใกล้ๆ ในกรณีเด็กต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับคำศัพท์ หรือเมื่อเด็กต้องการเขียนคำศัพท์ที่เป็นชื่อของสิ่งของในรูปภาพ
เมื่อเด็กสามารถปฏิบัติแบบฝึกหัดนี้ได้อย่างชำนาญ ครูอาจวางแผ่นคำศัพท์ หรือสิ่งของจากกล่องสีชมพู 3 ไว้ที่อีกโต๊ะหนึ่งต่างหาก ขอให้เด็กอ่านคำบนกระดาษแล้วไปหยิบแผ่นรูปภาพ / สิ่งของมา เป็นแบบฝึกหัดที่ทำให้เด็กจดจำคำศัพท์ไว้ในหัว ในขณะที่เดินไปเพื่อหยิบสิ่งของ
ในขณะที่เด็กกำลังอยู่ในการปฏิบัติแบบฝึกหัดในชุดกล่องสีชมพู เด็กอาจเกิดความเบื่อหน่ายกับอุปกรณ์เดิมๆ ได้ แต่ควรให้เด็กได้มีการฝึกฝนการอ่านอยู่เสมอ และให้เด็กได้มีการพัฒนาการสร้างคำ คำศัพท์ที่อ่านออกทันทีที่สายตามองเห็น sight vocabulary ที่เด็กเคยผ่านการอ่านมาก่อน
คำต่างๆ ที่จะดึงดูดความสนใจของเด็ก และทำให้เด็กจดจำ อาจใช้คำว่า pop; hop; mad; sag เป็นต้น
4 ขวบ ถึง 4 ขวบครึ่งขึ้นไป
ครูแสดงการเปิดฝากล่องแล้วนำวางไว้ที่ด้านข้างของกล่อง แล้วบอกเด็กว่าครูจะอ่านคำแต่ละคำในใจ จากนั้นเปิดกระดาษที่พับสี่ไว้ แล้วอ่านเงียบๆ ด้วยการขยับปากเท่านั้น จากนั้น พับกระดาษอีกครั้งแล้วนำไปวางไว้ในฝากล่อง อ่านคำอื่นๆ ที่เหลือในลักษณะเดียวกันแล้วลองถามเด็กว่าต้องการร่วมกันทำแบบฝึกหัดนี้หรือไม่ เมื่อเด็กสามารถปฏิบัติได้ อาจลองเล่นเกมส์ถามดูว่าเด็กชอบอ่านคำใดมากที่สุด จากนั้น เด็กอาจลองทำแบบฝึกหัดนี้ด้วยตัวเองได้ ให้มีรายการคำศัพท์สองรายการสำหรับกล่องนี้ อย่าลืมทำให้คำศัพท์ที่ใช้ น่าสนใจและดึงดูดเด็ก
รายการสำหรับอ่านนี้จะทำภายหลังแบบฝึกหัดกล่องสีชมพู 5 เมื่อครูแน่ใจว่าเด็กสามารถอ่านเองได้โดยไม่ต้องมีตัวช่วย ให้มีรายการคำศัพท์ (ประมาณ 8 – 10 คำ) โดยให้มีรูปภาพอยู่ด้านบนของแผ่นกระดาษ โดยให้คำเป็นกลุ่มคำที่มีลักษณะเดียวกันหมด เช่น ในคำๆ นั้นมีตัว i อยู่ในนั้น หรือเป็นคำที่มีคำสะกดลงท้ายด้วยพยัญชนะ รายการคำเหล่านี้จะใช้ได้ดีสำหรับการเรียนรู้คำคล้องจอง
เพื่อส่งเสริมการฝึกฝนการอ่าน และคำศัพท์เพิ่มเติม
ควรเลือกคำจากรายการคำศัพท์ The Morris – Montessori Word List แต่ให้พึงสังเกตคำบางคำที่อาจไม่มีการใช้ในภาษาอังกฤษแล้ว (โบราณ) และควรอธิบายให้เด็กรับรู้อย่างละเอียด
4 ขวบถึง 4 ขวบครึ่ง
ให้ครูแนะนำอุปกรณ์ให้เด็กรู้จัก และอธิบายให้ฟังว่าควรอ่านจากด้านบนลงมา ส่งเสริมให้เด็กอ่านรายการคำศัพท์ แล้วบอกเด็กว่ายังมีอีกหลายคำสำหรับเด็กไว้อ่านเล่นในยามต้องการ ให้เขียนรายการคำศัพท์ 6 รายการ โดยในแต่ละจุด จะมีการเน้นที่แตกต่างกัน เช่น เน้นเสียงกลาง เน้นตัวอักษรนำ ฯลฯ
กลุ่มคำเหล่านี้เป็นกลุ่มคำที่เด็กจะไม่สามารถถอดรหัสการอ่านได้ในชั้นนี้ แต่อาจเรียนรู้ได้จากการอ่านผ่านตา ในลักษณะ “เห็นแล้วอ่าน”
แผ่นกระดาษสีขาวที่มีคำศัพท์ใหม่
เพื่อแนะนำให้เด็กรู้จักคำศัพท์ที่เด็กไม่สามารถถอดรหัสการอ่านได้
The; the; A; a เป็นต้น
4 ขวบถึง 4 ขวบครึ่ง
คำเหล่านี้จะมีการสอนใน “หลักสูตรสามระยะ”
สามารถเล่นเป็นเกมได้
“หยิบดินสอให้ครูหน่อย” (โดยมีดินสอหลายแท่งอยู่ในห้อง) “หยิบเสื่อให้ครูหน่อย” (มีหลายผืนให้เลือก) “หยิบแจกันให้ครูหน่อย” (มีเพียงชิ้นเดียวในห้อง) เมื่อครูพูดประโยคโดยใช้คำว่า “the” หมายความว่ามีหลายชิ้นแล้วให้เลือกเพียงชิ้นเดียว แต่เมื่อพูดประโยคที่มีคำว่า “a” หมายถึง มีชิ้นเดียวอยู่แล้ว แบบฝึกหัดนี้มีประโยชน์สำหรับเด็ก และยังสนุกอีกด้วย เมื่อสอนใน “หลักสูตรสามระยะ”
คำศัพท์ในแบบฝึกหัดนี้เป็นคำศัพท์ที่อยู่ในโครงสร้างของประโยค จึงอาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายสำหรับเด็กได้ จึงควรหาวิธีการนำเสนอให้มีความสนุกสนาน
คำศัพท์เหล่านี้ที่ใช้ประจำจนถึงปี ค.ศ. 1990 มาจากตำรา McNally, and Murray, Key Words to Literacy – a; and; he; I; in; is; if; of; that; the; to; was (ซึ่งถือเป็นร้อยละ 25 ของโครงสร้างการอ่านของทั้งเด็กและผู้ใหญ่) อย่างไรก็ดี รายการคำศัพท์ชุดใหม่ก็ได้ผลิตออกมาแล้ว ซึ่งเด็กอายุประมาณ 5 ขวบควรสามารถอ่านได้ ดังนี้
I up look we like and on at for he
Is said go you are this going they away play
A am cat to come day the dog big my
Mum no dad all get in went was of me
She see it yes can
สามารถเห็นได้ว่าคำเหล่านี้บางคำก็สามารถอ่านออกเสียงตามคำสะกด บางคำไม่ แต่ก็เป็นพื้นฐานสำคัญในการสอนคำศัพท์ที่สามารถอ่านออกทันทีที่สายตามองเห็น
เป็นอีกขั้นหนึ่งสำหรับเด็ก จนถึงปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่าเด็กเพียงสามารถเขียนคำ หรืออ่านคำเดียวได้เท่านั้น ต่อไปนี้เราจะขอให้เด็กสามารถอ่านรายการคำเพื่อให้เกิดความชำนาญและความเข้าใจ
แผ่นกระดาษมีรูปภาพและประโยคที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างประโยค
4 ขวบถึง 4 ขวบครึ่ง
ส่งเสริมให้เด็กอ่านประโยคต่างๆ และพยายามถอดรหัสการสะกดคำที่เด็กอาจไม่ค่อยคุ้นเคย ในระยะต้นๆ อาจต้องมีการใช้รูปภาพเพื่อสื่อความเข้าใจประโยคด้วย ครูต้องบอกเด็กว่าเด็กสามารถอ่านประโยคใดๆ ก็ได้
เมื่อเด็กมีความชำนาญในการอ่านประโยคเหล่านี้ซึ่งมีรูปภาพประกอบแล้ว ให้นำเสนอประโยคที่ไม่มีรูปภาพประกอบให้เด็กอ่าน ขอให้เด็กวางรูปภาพไว้บนโต๊ะ อ่านประโยคแล้วนำประโยคดังกล่าววางไว้เคียงรูปภาพที่เกี่ยวข้อง หมายความว่าเด็กจะต้องอ่านประโยคและเข้าใจประโยคโดยไม่มีรูปภาพเป็นตัวช่วย หรืออาจใช้วิธีการวางรูปภาพและประโยคไว้คนละโต๊ะก็ได้ เมื่ออ่านประโยคแล้วจึงไปยังอีกโต๊ะหนึ่งเพื่อจับคู่กับรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับประโยคที่อ่าน
ประโยคที่นำมาสอน อาจเป็นประโยคง่ายๆ เช่น “a red bus” จนถึงประโยคที่มีความซับซ้อนเช่น “the fat cat on the red mat” เป็นต้น
(ให้เตรียมประโยคไว้สัก 10 ประโยคที่จะสามารถใช้ได้ในชั้นเรียน)
แผ่นกระดาษมีรูปภาพและประโยคที่เกี่ยวข้อง
“The sun is hot” หรือ “The man has a hat”
4 ขวบถึง 4 ขวบครึ่ง
นำเสนอเช่นเดียวกันกับในชุดแผ่นอ่านประโยคในแบบฝึกหัดที่แล้ว แต่ให้อธิบายเพิ่มเติมว่าทุกประโยคจะเริ่มต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ และลงท้ายด้วยจุด
หลักการเดียวกันกับอีกแบบฝึกหัดหนึ่ง อาจให้มีประโยคที่ทำให้เด็กต้องมีส่วนร่วม เช่น ประโยคคำถามต่างๆ โดยเด็กสามารถตอบ Yes หรือ No ได้ และเป็นโอกาสที่ดีในการแนะนำให้รู้จักคำว่า ‘no’ อีกวิธีการหนึ่งในการทำแบบฝึกหัดนี้คือให้มีประโยคหลายๆ ประโยค เพื่อสามารถนำไปเรียงกันเพื่อแต่งประโยคได้
(ให้เตรียมประโยคไว้สัก 10 ประโยคที่จะสามารถใช้ได้ในชั้นเรียน)
4 ขวบถึง 4 ขวบครึ่ง
ครูนั่งใกล้ๆ เด็ก ฟังเด็กอ่าน และส่งเสริมเด็กอย่างเหมาะสม สำคัญมากที่ต้องคุยกับเด็กเกี่ยวกับนิทานที่ให้เด็กอ่านก่อนการเริ่มทำแบบฝึกหัด รวมทั้งควรคุยกับเด็กเกี่ยวกับเนื้อเรื่องและตัวละครในเรื่องภายหลังเด็กอ่านจบแล้ว วิธีนี้จะช่วยให้เราเข้าใจถึงระดับความเข้าใจในการอ่านของเด็ก