“สุเทพ” ถกดึงเด็ก กศน.ต่อยอดเรียนอาชีวศึกษา - Doitung
ขนาดตัวอักษร :

“สุเทพ” ถกดึงเด็ก กศน.ต่อยอดเรียนอาชีวศึกษา

โพสเมื่อ 16 ต.ค. 2561 16:47:54 โดย MontatipL

            ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตนได้หารือร่วมกับ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะที่กำกับดูแลงานอาชีวศึกษา ถึงนโยบายการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินการนโยบายเพิ่มผู้เรียนของอาชีวศึกษาทำได้อย่างดีเยี่ยมตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 เพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีพ 34% ปี 2560 เพิ่ม 37% และปี 2561 เพิ่มอีก 40% ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งเป้าจะเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพให้ตรงกับความต้องการของประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในปีการศึกษา 2562 เป็น 45% ให้ได้ อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลเองก็ยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ 50% และสายสามัญ 50% ตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีด้วย

          ทั้งนี้ ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ ตนจะประชุมร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) นำนักเรียนนักศึกษาที่จบ กศน.มาต่อยอดเข้าเรียนสายอาชีพกับอาชีวศึกษา พร้อมกับทำความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานในการจัดทวิภาคีกับผู้ประกอบการให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน สอศ.มีแผนที่จะเปิดเป็นวิทยาเขต คล้ายๆกับเป็นสาขาย่อยของวิทยาลัยในพื้นที่นั้นๆ หรือเรียกเป็นอาชีวศึกษาอำเภอในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เด็กเข้าถึงการเรียนสายอาชีพได้ครอบคลุมและมีความสะดวกมากขึ้น.

 

ขอบคุณที่มาภาพและข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 8 ตุลาคม 2561

More Updates

ไทยส่งทีมวิจัยขั้วโลกเหนือครั้งแรก

ที่ลานหน้าจัตุรัสวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมแถลงข่าวการสำรวจขั้วโลกเหนือครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการวิจัยขั้วโลกตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมรมราชกุมารี ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นคนไทยพระองค์แรกที่เสด็จเยือนขั้วโลกใต้ ปี 2556 หลังจากนั้นมีพระราชดำริให้ส่งนักวิจัยไปสำรวจขั้วโลกใต้ทุกปี ปัจจุบันมีนักวิจัยไทยไปสำรวจขั้วโลกใต้แล้ว 8 คน สำหรับปี 2561 ได้ขยายความร่วมมือกับประเทศนอร์เวย์ ส่งทีมนักวิจัยไปสำรวจขั้วโลกเหนือ จำนวน 13 คน นำทีมโดย รศ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ.ดร.สุชนา ชวนิตย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ.ดร.สุชนา ชวนิตย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะ วิทย์ จุฬาฯ ซึ่งทั้ง 2 คน เคยเป็นนักวิจัยที่สำรวจขั้วโลกใต้มาแล้ว
การสำรวจขั้วโลกเหนือจะสำรวจระหว่างวันที่ 24 ก.ค.-12 ส.ค.นี้ ที่หมู่เกาะสวาลบาร์ด มหาสมุทรอาร์กติก

รศ.ดร.วรณพกล่าวว่า ทีมนักวิจัยจะไปสำรวจสภาพความเปลี่ยนแปลงของขั้วโลกเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลายเป็นภาชนะรองรับของเสียของโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ขยะทะเล ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการวิจัยขั้วโลกใต้

ด้าน รศ.ดร.สุชนากล่าวว่า ทีมวิจัยมีความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและ จิตใจ ทั้งได้รับการสนับสนุนชุดป้องกันความเย็นที่เรียกว่าชุดแห้ง พร้อมทีมสนับสนุน ทั้งนี้ สิ่งที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการส่งทีมไปสำรวจคือ แสดงให้ทั่วโลกเห็นว่าประเทศไทยตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและขยะทะเล และ พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายที่จะแก้ไขปัญหานี้ ทั้งนี้ งานวิจัยของเราคงไม่สามารถตอบ ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด แต่จะเป็นจิ๊กซอว์หนึ่งที่จะไปเติมเต็มภาพใหญ่ว่าโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด และนำข้อมูลกลับมาเตรียมพร้อมรับมือ.




 

อ่านต่อ
เด็กไทยกวาดรางวัล หุ่นยนต์นานาชาติที่ฮ่องกง

วันที่ 22 ก.ค.2561 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) นำนักเรียนไทยพร้อมครูที่ปรึกษา และผู้ควบคุมการแข่งขัน เดินทางไป แข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติในรายการ International Robotic Olympiad 2018 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ฮ่องกง (Hong Kong Science Park) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 20-22 ก.ค.2561 โดยคัดเลือกนักเรียนจากโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในรายการแข่งขันหุ่นยนต์ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 67 ปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมา จำนวน 8 ทีม เป็นตัวแทนนักเรียนไทยเข้าร่วมการแข่งขันร่วมกับทีมจากมณฑลเหลี่ยวหนิง เซี่ยงไฮ้ มาเก๊า ฮ่องกง มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ผลปรากฎว่าประเทศไทย ได้รับรางวัลรายการต่างๆ ดังนี้

  • รร.วัดพราหมณี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการประถมศึกษา (สพป.) นครนายก เขต 2 ชนะเลิศหุ่นยนต์ความคิดสร้างสรรค์ปั่นพลังงานด้วยมือ (Hand Generator Single Motor Appearance Design Competition)
  • รร.บ้านหนองหัววัว สพป.ขอนแก่น เขต 1 ชนะเลิศหุ่นยนต์ใต่ราว(ทีม A) (Hand Generator Horizontal Bar Climbing Robot Competition) รองชนะเลิศอันดับ 1 หุ่นยนต์ใต่ราว(ทีม B) และรองชนะเลิศอันดับ 2 หุ่นยนต์ชกมวย (Robot Boxing Competition)
  • รร.สนามบิน สพป.ขอนแก่น เขต 1 ชนะเลิศหุ่นยนต์ใต่ราว(ทีม A) (Hand Generator Horizontal Bar Climbing Robot Competition) รองชนะเลิศอันดับ 1 หุ่นยนต์ใต่ราว(ทีม B) และรองชนะเลิศอันดับ 3 หุ่นยนต์เตะจุดโทษ (Robot Penalty Shoot-out Competition)
  • รร.แปลงยาวพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการมัธยมศึกษา (สพม.) เขต 6 (ฉะเชิงเทรา) ชนะเลิศหุ่นยนต์ไตรกีฬา (Hand Generator Triathlon Robot Relay Competition) ชนะเลิศหุ่นยนต์ปืนบันได(ทีม A) (Hand Generator Ladder Climbing Robot Competition) และรองชนะเลิศอันดับ 1 หุ่นยนต์ปืนบันได(ทีม B)
  • รร.บ้านห้วยน้ำเย็น สพป.เชียงราย เขต 2 ชนะเลิศหุ่นยนต์ว่ายน้ำท่าผีเสื้อ (Hand Generator Robot Butterfly Stroke Swimming Competition) และรองชนะเลิศอันดับ 1หุ่นยนต์ม้าวิ่งเร็ววิ่งผลัด (Robot Horse Relay Competition)
  • รร.เมืองกลางประชานุกูล สพม.เขต 28 (ยโสธร) ชนะเลิศหุ่นยนต์สำรวจดาวนพเคราะห์ (Planet Exploration Competition)
  • รร.บ้านน้อยห้วยรินวิทยา สพป.เชียงใหม่ เขต 5 รองชนะเลิศอันดับ 1 หุ่นยนต์หนอนวิ่งเร็ว (Hand Generator Worm Robot Short Distance Run Competition) และรองชนะเลิศอันดับ 3 หุ่นยนต์หนอนความคิดสร้างสรรค์ (Hand Generator Worm Robot Appearance Design Competition) และ
  • รร.ทุ่งหลวงพลับพลาไชย สพม.27 (ร้อยเอ็ด) รองชนะเลิศอันดับ 1 หุ่นยนต์ลากม้านั่ง(ทีม A) (Hand Generator Robot Sled Race) และรองชนะเลิศอันดับ 2(ทีม B)

น.ส.สิริมา หมอนไหม ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยทางการศึกษา สพฐ. กล่าวถึงผลการแข่งขันว่า เป็นเรื่องที่น่าดีใจที่ สพฐ. เปิดโอกาส เปิดเวทีการแข่งขันให้กับเด็กๆ เพราะนอกจากเด็กเหล่านี้จะได้แสดงศักยภาพในระดับภูมิภาค หรือระดับประเทศแล้ว ยังได้ออกมาสู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งเขาจะได้เรียนรู้ว่าเด็กในวัยเดียวกันซึ่งเป็นเด็กต่างชาตินั้น มีความสามารถและมีศักยภาพอย่างไร เราก็จะมาเรียนรู้ร่วมกัน “สพฐ.ก็มีแผนที่จะพัฒนาต่อยอดศักยภาพของเด็กๆที่มีความสามารถในแต่ละด้าน ซึ่งมีหลายเวทีให้เด็กได้แสดงความสามารถทั้งด้านวิชาการ ทักษะทางวิทยาศาสตร์รวมถึงด้านเทคโนโลยีและด้านอาชีพ ซึ่งการแข่งขันไม่ได้หมายถึงการแพ้ ชนะ หรือต้องมาชนะเพียงอย่างเดียว ก่อนเดินทางมาเราได้จัดการอบรมให้เด็กได้เรียนรู้ร่วมกันในการต่อยอดเรื่องของการนำเสนอผลงานเป็นภาษาอังกฤษ พัฒนาเรื่องของเทคนิคต่างๆ เมื่อมาถึงเวทีเขาต้องเรียนรู้ในเรื่องของทักษะชีวิต ไม่ว่าผลจะแพ้หรือชนะ ในส่วนนี้ก็จะเป็นทักษะชีวิตที่ดี ที่เขาจะต้องนำไปใช้ในอนาคต” น.ส.สิริมา กล่าว

 

ขอบคุณที่มาภาพและข่าวจาก สยามรัฐออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2561

 

อ่านต่อ
โค้งสุดท้าย! รับสมัคร MRT พาน้องพิชิต TCAS ปีที่ 10 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.61 นายณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (บีเอ็มเอ็น) กล่าวว่า ได้เล็งเห็นความสำคัญด้านกาด้านการศึกษาของเยาวชนไทย อยากให้ได้รับความรู้ทางวิชาการเพิ่ม เพื่อใช้ในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย พร้อมแนะแนวคิดที่ดีสำหรับการดำรงชีวิตของเยาวชนไทย จึงอยากเชิญชวนน้องๆ รีบสมัครเข้าร่วม โครงการ MRT พาน้องพิชิต TCAS ปีที่ 10 ซึ่งน้องๆ สามารถเข้าร่วมโครงการฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายก่อนปิดรับสมัครในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561

สำหรับโครงการ MRT พาน้องพิชิต TCAS เดิมมีชื่อว่า โครงการ MRT พาน้องพิชิต GAT สืบเนื่องจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ.ได้สรุปการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาแบบใหม่ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป คือระบบ TCAS โดยย่อมาจาก Thai University Central Admission System จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนสอบ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนระบบการศึกษารูปแบบใหม่ของเยาวชนไทยในอนาคตต่อไป

โครงการ MRT พาน้องพิชิต TCAS ปีนี้ ได้รับเกียรติจากคุณครูผู้ทรงคุณวุฒิและมากด้วยประสบการณ์ถึงสามท่าน ได้แก่ คุณครูสมศรี ธรรมสารโสภณ ที่จะมาแนะนำข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ, คุณครูสุรเชษฐ์ พิชิตพงศ์เผ่า (คุณครูพี่ยู) จะมาชี้แนะเทคนิคการทำข้อสอบ GAT เชื่อมโยงและเพิ่มเติมด้วย PAT1 คณิตศาสตร์ โดย คุณครูวิเศษ กี่สุขพันธ์ (คุณครูพี่เอ๋) พร้อมทั้งแขกรับเชิญพิเศษ คือ คุณเฌอปรางค์ อารีย์กุล BNK 48 และ คุณเรืองฤทธิ์ ศิริพานิช ริท เดอะสตาร์ ที่จะมาแนะแนวประสบการณ์ก่อนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย




 

อ่านต่อ
10 เคล็ดลับจัดพื้นที่ห้องสมุดให้ “ว้าว!”

1. เหมาะสมกับการใช้งาน (Functional)

          พื้นที่ห้องสมุดควรออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากห้องสมุดเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การสื่อสาร และค้นคว้าวิจัยต่างๆ การจัดพื้นที่จึงต้องทำให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงทรัพยากรที่มีอยู่ในห้องสมุดได้อย่างสะดวก สามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้งานที่เปลี่ยนไปของผู้ใช้ได้อย่างทันท่วงที

2. ปรับเปลี่ยนได้ (Adaptable)

          การออกแบบพื้นที่ที่ดี ควรมีความยืดหยุ่น รองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้รองรับการใช้งานในลักษณะต่างๆ เช่น การจัดโต๊ะหรือเก้าอี้ให้เคลื่อนย้ายได้ตามประเภทการใช้งาน การขยายหรือปรับพื้นที่เพื่อใช้ทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาการของไอที ดังนั้น การจัดเรียงโต๊ะและที่นั่งควรสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ การเดินสายสัญญาณเชื่อมต่อควรมีความยืดหยุ่น หลีกเลี่ยงการติดตั้งฮาร์ดแวร์แบบถาวร เพราะไม่มีใครทราบล่วงหน้าว่าผู้คนจะใช้งานห้องสมุดแตกต่างออกไปอย่างไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การออกแบบพื้นที่เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักหนังสือและตั้งวางชั้นหนังสือไว้ที่ไหนก็ได้ตลอดทั้งอาคารก็อาจไม่มีความจำเป็น เนื่องจากการให้บริการเนื้อหารูปแบบดิจิทัลจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

3. เข้าถึงได้ง่ายและเชิญชวนให้เข้า (Accessible and inviting)

          ห้องสมุดเป็นพื้นที่ทางสังคมที่ควรออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย ควรทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มีพื้นที่โล่งและเปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีบริเวณพักผ่อนที่ทำให้เกิดบรรยากาศผ่อนคลายและกระตุ้นให้เกิดการสื่อสารแลกเปลี่ยน

4. หลากหลาย (Varied)

          ห้องสมุดควรสร้างสภาพแวดล้อมที่หลากหลายสำหรับผู้ใช้ที่มีพฤติกรรมและความต้องการแตกต่างกัน อุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมกับทางเลือกแบบต่างๆ เช่น การนั่งอ่านคนเดียวหรือกับผู้อื่น การทำงานเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม นั่งใกล้หน้าต่าง นั่งในมุมส่วนตัว นั่งอ่านแบบผ่อนคลายบนโซฟา นั่งบนพื้น นั่งรวมกลุ่มติวหนังสือในห้องโถง หรือแยกต่างหากในโต๊ะอ่านหนังสือเฉพาะบุคคล หรือในห้องทำงานกลุ่ม ผู้ใช้ควรมีทางเลือกจากความเป็นไปได้เหล่านี้ตามความพึงพอใจของตน

          ส่วนอุปกรณ์สำหรับสื่อชนิดต่างๆ ห้องสมุดควรออกแบบรองรับรูปแบบการเรียนรู้ส่วนบุคคลและการเรียนรู้ร่วมกัน รูปแบบและแนวทางการเรียนรู้ในปัจจุบันมีความหลากหลายมาก ดังนั้นความหลากหลายของอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นไปได้จึงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับบริการของห้องสมุดในยุคนี้

5. มีปฏิสัมพันธ์ (Interactive)

          ห้องสมุดควรออกแบบพื้นที่ที่ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถมีปฏิสัมพันธ์ การติดต่อ ซักถามกับบรรณารักษ์ได้อย่างสะดวก เช่น มีมุมตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า อยู่ในพื้นที่ที่เห็นเด่นชัด เคาน์เตอร์บริการยืมคืนอยู่ในพื้นที่ที่เข้าออกสะดวก เป็นต้น การออกแบบพื้นที่ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้ไม่ใช่เป็นแค่การออกแบบเพื่อความสวยงาม แต่ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำเลยทีเดียว

6. จูงใจและกระตุ้น (Motivating and stimulating)

          พื้นที่ห้องสมุดควรสร้างบรรยากาศที่ให้ความสะดวกสบาย น่าใช้บริการ จูงใจให้อยู่ ให้อ่าน ให้ค้นคว้า ให้รู้สึกสบายและรู้สึกดี ชั้นหนังสือที่เรียงเป็นแถวนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่สร้างแรงบันดาลใจ และไม่เพียงแต่บรรยากาศภายในห้องสมุดเท่านั้น แต่รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ที่น่าใช้งาน และการออกแบบที่ทันสมัยด้วย

7. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม (Environmentally suitable)

          นอกจากทรัพยากรที่ทันสมัยและตรงกับความต้องการแล้ว บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการ เช่น เรื่องของแสงสว่าง อุณหภูมิและการระบายอากาศ การควบคุมเสียงรบกวนจากภายนอกและลดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นภายในอาคาร

          สำหรับประเทศในยุโรป แสงธรรมชาติเป็นหัวข้อสำคัญที่สุดหัวข้อหนึ่ง ซึ่งการใช้แสงธรรมชาติถือเป็นทางเลือกลำดับแรก เช่นเดียวกับการระบายอากาศตามธรรมชาติ ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมเชิงนิเวศมากที่สุดสำหรับห้องสมุดส่วนใหญ่ในเยอรมนีทุกวันนี้

8. ปลอดภัยและมั่นคง (Safe and secure)

          มีระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งในเรื่องของทรัพยากรห้องสมุด คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ของห้องสมุด และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องสมุดบางแห่งในเยอรมนีเปิดให้บริการทั้ง 7 วัน โดยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งจำเป็นต้องมีระบบป้องกันการโจรกรรมและการใช้งานที่ผิด ดังนั้นการออกแบบภายในที่ทำให้ทุกคนรู้สึกสะดวกสบายและปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่ามาตรการด้านความปลอดภัยในบางครั้งอาจจะรบกวนหรือขัดแย้งกับเงื่อนไขเรื่องสุนทรียภาพไปบ้างก็ตาม

9. มีประสิทธิภาพ (Efficient)

          การจัดพื้นที่ห้องสมุดควรคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนในการดำเนินงาน เช่น การประหยัดไฟในบางห้อง โดยเปิดหน้าต่างช่วยเพิ่มแสงสว่างในช่วงเช้าแทนการเปิดไฟ หรือการเปิดหน้าต่างเพื่อช่วยระบายอากาศในบางพื้นที่ หรือการจัดพื้นที่ให้ง่ายต่อการดูแลรักษาความสะอาด

10. เหมาะสมกับ ICT (Suitable for ICT)

          การจัดพื้นที่สำหรับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับห้องสมุดสมัยใหม่ ควรจัดเป็นสัดส่วนแบ่งตามประเภทการใช้งานอย่างชัดเจน เช่น คอมพิวเตอร์สำหรับการทำงาน คอมพิวเตอร์สำหรับค้นหาข้อมูล/ข่าวสารจากอินเทอร์เน็ต หรือคอมพิวเตอร์เพื่อความบันเทิงต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงการจัดการพื้นที่ให้มีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับความต้องการที่ไม่ได้คาดไว้ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ การปรับพื้นที่คอมพิวเตอร์ได้อย่างยืดหยุ่นจะทำให้ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เป็นทั้งส่วนหลักของห้องสมุดและเป็นสิ่งที่สร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้บริการในแง่สุนทรียภาพอีกด้วย

แปลจาก เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง “Libraries as learning space – and as a place, where everyone likes to be”  โดย ดร.เคลาส์ อูลริช แวร์เนอร์ (Dr.Klaus Ulrich Werner) ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park  วันที่ 28 ตุลาคม 2556

อ่านต่อ